คนขับเบนท์ลีย์ชนปาเจโร่ ลั่นไม่เมา ขณะขึ้นแท็กซี่หนีจากจุดเกิดเหตุ

คนขับเบนท์ลีย์ชนปาเจโร่ ลั่นไม่เมา ขณะขึ้นแท็กซี่หนีจากจุดเกิดเหตุ

คนขับเบนท์ลีย์ชนปาเจโร่ ลั่นไม่เมา ขณะขึ้นแท็กซี่หนีจากจุดเกิดเหตุ แต่ถูกกู้ภัยตามตัวให้ไปโรงพักด้วยกัน ้เบื้องต้นโดนแล้วสองข้อหา จากกรณีที่ นายสุทัศน์ นักธุรกิจที่ขับรถเบนท์ลีย์ชนปาเจโร่บนทางด่วนเฉลิมนครสุข สวัสดิ์ – ดินแดง ส่งผลให้รถปาเจโร่พลิกคว่ำ และทำให้ผู้โดยสาร 6 คน ได้รับบาดเจ็บทั้งคัน และ เกิดอุบัติเหตุซ้อนกับรถกระบะของเจ้าหน้าที่ อปพร. จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีก 2 ราย ดังที่มีรายงานก่อนหน้านี้

ล่าสุดมีคลิปรากฎว่าคนขับรถเบนท์ลีย์ได้เรียกแท็กซี่เพื่อพยายามหลบหนีจากจุดเกิดเหตุ 

แต่ถูกกลุ่มอาสาดับเพลิงตามไปเรียกให้ลงจากรถเพื่อไปโรงพักด้วยกัน จากคลิปแสดงให้เห็นว่า นายสุทัศน์ ได้นั่งข้างกับสาวอีกคนหนึ่งในรถแท็กซี่ ซึ่งทางกู้ภัยก็ได้บรรยายว่า “อันนี้คนเมาสองคน ที่ชนจากทางด่วน และตอนนี้ลงมาอยู่ข้างล่างทางด่วน ถ้ามีอาการน่าจะเมานะครับ” ซึ่งทางคนขับรถเบนท์ลี่ย์ชนบนทางด่วนก็ตอบมาว่า “ไม่เมาครับ”

ขณะที่ พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ก้อนแพง รอง ผกก.(สอบสวน) งานศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 1 กก.2 บก.จร. เผยว่าคนขับรถเบนท์ลีย์ยอมรับผิดและยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้กับคู่กรณีทั้งหมด พร้อม บันทึกประจำวันไว้พร้อมแจ้งข้อหาขับรถประมาททำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ กับขับรถประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ จะเจ็บมากหรือเจ็บน้อยต้องรอแพทย์ทำการประเมิน จากนั้นได้ส่งตัวผู้ขับขี่ไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อหาปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นการตรวจที่ได้มาตรฐาน มีความแม่นยำสูงกว่าการเป่า

ส่วนประเด็นขวดไวน์นั้น พนักงานสอบสวนไม่มีความจำเป็นจะต้องตรวจสอบ เนื่องจากผู้ขับขี่แสดงตัวและไม่ได้หลบหนี จึงไม่ต้องค้นรถและตรวจคราบต่างๆ หากผลการตรวจเลือดจากโรงพยาบาลออกมาแล้วว่าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด ก็สามารถแจ้งข้อหาเมาแล้วขับเพิ่มได้เลย

นอกจากนี้มีการเปิดเผยด้วยว่า นายสุทัศน์ จะซื้อรถดับเพลิงให้ใหม่จำนวน 1 คัน เพื่อเป็นการชดเชยความเสียหายด้วย

นายกสมาคมนิติเวชแห่งประเทศไทย ย้ำ ปริมาณแอลกอฮอลล์ในเลือด ลดลงตามชั่วโมง หลังใช้เวลา 4 ชั่วโมงก่อนตรวจเลือดคนขับเบนท์ลีย์ ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย และหัวหน้าห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์แสดงความเห็นเฟซบุ๊ก ก่อนที่ผลตรวจเลือดคนขับรถเบนท์ลีย์จะออกมาว่ายู่ที่ประมาณ 10 กว่ามิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามกฎหมายถือว่าไม่มีความผิดเมาแล้วขับ จนนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้นั้น

ผศ.นพ.สมิทธิ์ กล่าวว่า “ที่ตำรวจไม่ได้ให้เป่าลมหายใจตรวจหาแอลกฮอล์ในเลือดของคนขับรถ แต่ส่งไปให้แพทย์เจาะเลือดส่งตรวจแทน จริงๆ พอยอมรับได้นะครับกับการให้เจาะเลือด แต่ต้องใช้หลักวิทยาศาสตร์ด้วย ว่า “แอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ป่วยจะหายไปทุกๆ ชั่วโมงที่ผ่านไป” ดังนั้นผลเเอลกอฮอล์ในเลือด ณ เวลาที่เจาะ จะใช้ไม่ได้ ต้องส่งให้แพทย์นิติเวชทำการคำนวณหาแอลกอฮอล์ในเลือด ณ เวลาที่เกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ต้องส่งคนขับรถไปเจาะตรวจเลือดให้เร็วที่สุด ถ้ามีการประวิงเวลาในการตรวจ เท่ากับเป็นการปฏิเสธการตรวจได้เลย เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ผมเห็นมานานว่า ในไทยทางตำรวจไม่ค่อยมีการส่งให้แพทย์ทำการคำนวณย้อนกลับกัน ทั้งๆ ที่ต่างประเทศทำกันเป็นเรื่องปกติ หรือในไทยบริษัทประกันชีวิตก็มีการให้คำนวณแบบนี้แล้ว นอกจากนี้บางทียังมีการส่งคนขับรถไปโรงพยาบาลให้เจาะเลือดช้า บางทีที่เคยเจอคือ ไม่กำหนดให้ไปเจาะเลยทันที ให้ไปตอนเช้าอีกวันเลยก็มี ซึ่งแบบนี้แทบไม่มีความหมายเลยครับ

นอกจากนี้ ในการเลือกให้เป่าลมหายใจตรวจแอลกฮอล์หรือเจาะเลือด ตามกฎหมายระบุว่าให้ตรวจจากการเป่าลมหายใจก่อน ถ้าไม่สามารถทดสอบได้ จึงตรวจจากเลือด ดูได้ตามรูป ดังนั้นไม่ควรอ้างว่าตรวจจากเลือดแปลผลดีกว่า แล้วไม่ตรวจลมหายใจ ทั้งๆ ที่คนขับรถสบายดี เพราะผิดหลักกฎหมายและการตรวจช้าลงก็ได้ผลที่ถูกต้องช้าลงด้วย

ปล. หากเคสนี้ไม่มีการคำนวณย้อนกลับ สามารถเชิญผมไปเป็นพยานเพื่อช่วยในการคำนวณได้นะครับ”

จับได้แล้ว แก๊งหลอกเด็ก ม.3 ลงทุน เร่งตามล่าคนในขบวนการเพิ่ม

จับได้แล้ว แก๊งหลอกเด็ก ม.3 ลงทุน จนเครียดและก่อเหตุสลด พบโอนเงินให้คนในขบวนการอีก 3 คน เตรียมขยายผลเพิ่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.นภาพร หอมจันทร์ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 12/2566 ลง 10 ม.ค. ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

สืบเนื่องจากกรณีเด็กนักเรียนอายุ 15 ปีผูกคอตาย จากอาการเครียดหลัง ถูกคนร้ายชักชวนให้ดูโฆษณาผ่านยูทูป เพื่อหารายได้พิเศษ ก่อนที่จะออกอุบายหลอกให้ลงทุนซื้อสินค้า 10 ชิ้น วางขายออนไลน์เก็งกำไร โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า จนเหยื่อหลงเชื่อฉกเงินแม่โอนไปให้ต่อเนื่องรวม 14,000 บาท และนำไปสู่เหตุสลด ซึ่งทางผู้ปกครองได้ขอให้ดำเนินคดีถึงที่สุดตามคำสั่งเสียของลูกชาย

เบื้องต้นผู้ต้องหาคนนี้ ให้การรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากเพจในเฟซบุ๊กให้เปิดบัญชีระบบออนไลน์จำนวนสองบัญชี อย่างไรก็ตามชุดสืบสวนอยู่ระหว่างนำตัวมาสอบปากคำที่ บช.สอท. โดยทาง พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. จะเป็นผู้ร่วมสอบปากคำด้วยตนเอง ในเวลา 13.00 น. จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผู้ตายโอนไปให้พบว่าผู้ต้องหารายนี้ก่อนที่จะโอนต่อไปยังผู้ต้องหาคนอื่นๆในขบวนการอีก 3 ราย โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามขยายผลตามตัวร่วมขบวนการรายอื่นๆ ต่อไป

Credit : เว็บสล็อตแท้